ท่ามกลางกระแสความสนใจของผู้คนในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวของดวงชะตาบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทางการเมืองและสังคม มักจะมีการหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ หนึ่งในเรื่องเล่าขานที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและถูกแชร์ต่อกันในวงกว้างบนโลกออนไลน์ คือบันทึกคำทำนายที่อ้างว่าเป็นของ “โหรหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขบคิดตาม โดยเฉพาะการแบ่งยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคจะมีชื่อเรียกขานที่สื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดของคำทำนายดังกล่าว ตั้งแต่อดีต จนถึงยุคปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคตที่ถูกทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลก
ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในขณะที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการสร้างบ้านแปงเมือง และวางเสาหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์นั้น พระองค์ได้ทรงมีพระราชปุจฉาถาม “โหราธิบดี” หรือโหรหลวงประจำราชสำนัก ถึงดวงชะตาและอนาคตของพระนครแห่งใหม่นี้ว่าจะดำรงคงอยู่และเป็นไปในทิศทางใด

ตามบันทึกระบุว่า พระโหราธิบดีมิได้กราบบังคมทูลในทันที แต่ได้ขอพระราชทานเวลาเพื่อคำนวณดวงชะตาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นเวลาถึง 3 วัน เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญระดับแผ่นดิน เมื่อครบกำหนดจึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพยากรณ์ โดยแบ่งช่วงเวลาของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคมีคำนิยามสั้นๆ แต่กินความหมายลึกซึ้ง ดังนี้
