ในหลวง ร.10 ทรงศรัทธาเจ้าฟ้าทีปังกร รับเสด็จ ศรีรัศมิ์ สุวะดี กลับตามพระราชประสง

อันนี้มาจากจังหวัดพิจิตรแล้วชื่ออะไรครับข้าราชการครูค่ะที่กำลังล่มสลายโดยหลวงวิจิตรวาทการซึ่งได้เขียนถึงความแตกต่างของชนชาติที่มีวัฒนธรรมและความเจริญงอกงามและชาติที่กำลังเสื่อมโทรมดังนี้เขื่อนนิสัยของชนชาติที่มีวัฒนธรรมมี4ประการคือ1มีนิสัยก่อสร้าง2มีนิสัยรักความปราณี3มีนิสัยงอกงามและ4มีนิสัยต่อสู้ตรงกันข้ามกับนิสัยของชนชาติที่ไม่มีวัฒนธรรมหรือชาติที่กำลังเสื่อมโทรมและชาตินั้นใกล้ถึงความพินาศล่มจมเราจะเห็น ในนิสัยต่อไปนี้ที่ปรากฏชัดคือ1นิสัยทำลายเผาชอบความรุนแรง2นิสัยอยากหรือสุขเอาเผากินหยาบทั้งคำพูดกระด้างทั้งหัวใจ3นิสัยร่วงโรยและสี่เลี่ยงนี้ไม่รับผิดชอบเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นและนี่คือคำทำนายประเทศไทย12รัชกาลของผลหลวงในสมัยรัชกาลที่1ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมีผู้เฒ่าเล่ากันต่อๆมาว่าในรัชกาลที่1วันหนึ่งเวลาเย็นขนาดที่พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกประทับอยู่ณตำหนักในขณะนั้นเองก็พอดีพระโหราผ่านมาจะเข้าเฝ้าพระองค์ก็เลย รับสั่งให้หาพระพุทธยอดฟ้าจึงเผยพระโอษฐ์ขึ้นก่อนว่าท่านมาก็ดีแล้วท่านโหราฉันจะให้ท่านพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อต่อไปเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไรพระโหราจึงกราบทูลว่าพระอาญาไม่พ้นเกล้าการถวายคำพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์เป็นเรื่องสำคัญจำจะต้องตรวจการพยากรณ์โดยความระมัดระวังจะต้องใช้เวลาถึง3วันจึงจะกราบทูลถวายคำพยากรณ์ได้ครั้งแล้วท่านโหราธิบดีได้จดปีเดือนวันเวลาของวันที่ลงหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ตามที่พระพุทธยอดฟ้ารับสั่ง แล้วจึงกราบทูลลากลับไปพอครบ3วันพระโหราธิบดีจึงมาเฝ้าพระพุทธยอดฟ้าตามนัดและได้ถวายคำพยากรณ์เป็น12ยุคดังนี้ยุคที่1รัชกาลที่1ชื่อว่ามหากาฬมีอรรถาว่ารัชกาลของพระองค์นี้มืดมากก็คือพระองค์ไม่รู้ที่จะดำเนินรัฐศาสนโยบายของประเทศไปในทางไหนดีเพราะเป็นระยะเริ่มก่อร่างสร้างตรง[เพลง]ยุคที่สองรัชกาลที่2ชื่อว่าผ่านยักษ์มีอรรถาธิบายว่าผู้ที่รับมอบสืบราชสมบัติต่อจากพระองค์ไปจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินผู้ที่ประกอบไปด้วยความอ่อนแอไม่มีความสามารถในการปก ครองยุคที่3รัชกาลที่3ชื่อว่ารักมิตรมีอรรถาธิบายว่าผู้ที่สืบราชสมบัติต่อมาถึงรัชกาลที่3นี้จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงโปรดที่จะทำสัญญาผูกสัมพันธ์ทำไมตีกับต่างประเทศมากยุคที่4รัชกาลที่4ชื่อว่าสถิตธรรมมีอรรถาธิบายว่าผู้ที่สืบราชสมบัติต่อมาถึงรัชกาลที่4นี้จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงพอพระทัยฝักใฝ่ในทางธรรมและพระพุทธศาสนามากยุคที่5รัชกาลที่5ชื่อว่าจำแขนขาดมีอรรถาธิบายว่าจะมีการเสียดินแดนให้แก่ต่างประเทศในรัชกาลที่5ด้วยความจำใจ ยุคที่6รัชกาลที่6ชื่อว่าราชโจรมีอรรถาธิบายว่าผู้ที่สืบราชสมบัติต่อมาถึงรัชกาลที่6นี้เป็นพระราชาที่เปรียบเสมือนโจรคือพระเจ้าแผ่นดินที่จับจ่ายใช้สอยทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มากยุคที่7รัชกาลที่7ชื่อว่าพันธุกมีอรรถาธิบายว่าผู้ที่สื่อราชสมบัติถึงรัชกาลที่7นี้จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มารับเคาะหนักตลอดรัชสมัยยุคที่8รัชกาลที่8ชื่อว่ายุคทมิฬมีอรรถาธิบายว่าจะเกิดมีสงครามในยุคนี้ประชาชนประชาธาตุจะต้องเสียสละทรัพย์สมบัติและ เลือดเนื้อเพื่อรักษาไว้ของส่วนใหญ่อันเป็นที่รักแต่พระโหรามีได้ทำนายไว้ถึงว่ารัชกาลที่8จะประสบเหตุการณ์ถึงสิ้นพระชนม์โดยลักษณะการเช่นนี้ยุคที่9ชื่อว่าถิ่นสกายมีอรรถาธิบายว่าผู้ที่สืบสังกะติวงศ์ของราชสมบัติต่อมาถึงรัชกาลนี้จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มีบุญญาธิการประเทศจะเจริญรุ่งเรืองยุคที่10ชื่อว่าชาวศรีวิไลมีอรรถาธิบายว่าประชาชนพลเมืองจะถึงซึ่งอริยธรรมอันแท้จริงในยุคนี้คือพวกมิจฉาทิฐิและอธรรมจะเสื่อมสิ้นไปพวกนี้ถ้าไม่ตายด้วยคมหอก คมดาบก็จะต้องตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บต่างๆเพราะเป็นยุคของอารยชนที่มีจิตใจเป็นธรรมที่จะอาศัยอยู่ในอารยประเทศถิ่นสกาวได้ถ้าผู้ใดไม่มีศีลผู้นั้นก็เท่ากับฝืนโชคชะตากรรมของประเทศชาติจะต้องได้รับโทษถึงตายโดยทางใดทางหนึ่งดังกล่าวมาแล้วยกที่11ชื่อว่าไทยมหาราชมีอรรถาธิบายว่าประเทศจะเป็นมหาอำนาจในยุคนี้ยุคที่12ชื่อว่าจักรพรรดิมีอัตถะที่ตายว่าพระเจ้าแผ่นดินจะเป็นถึงสมเด็จพระมหาจักรพรรดิในยุคนี้คำยืนยันจากหลวงปู่มั่น ศาสน์กษัตริย์เปรียบเสมือนเสาหลักค้ำจุนกันและกันถ้าขาดพระมหากษัตริย์พระอริยบุคคลก็หายไปด้วยเรื่องของพระอริยบุคคลนี้พระอาจารย์มั่นป่ารบไว้หลายสถานที่หลายวาระต่างๆกันแล้วแต่เหตุท่านกล่าวว่าชาวพุทธมีหลายประเทศแต่จะขอกล่าวเฉพาะที่ใกล้เคียงคือเขมรลาวเวียดนามและพม่านอกนี้ไม่กล่าวพระอาจารย์มั่นบอกว่าเราไม่ได้ว่าเขาเหล่านั้นแต่ได้พิจารณาแล้วไม่มีก็ว่าไม่มีมีก็ว่ามีท่านหมายถึงว่าพระอริยบุคคลในประเทศเหล่านี้มีที่ ประเทศพม่าเพียงคนเดียวอยู่ในหมู่บ้านที่ท่านไปจำพรรษาเป็นพระขาวคืออุบาสกผู้ถือศีลซึ่งเรากันว่าบุตรสาวบุตรเขยและบุตรชายของผ้าขาวคนนั้นล่ะที่มาจัดเสนาสนะของบิดาเพื่อถวายพระอาจารย์มั่นและถ้าเจ้าคุณบุญมั่นครั้งจำพรรษาที่ประเทศพม่าท่านว่ายกเว้นสยามประเทศแล้วนอกนั้นไม่มีสำหรับสยามประเทศตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงปัจจุบันมีติดต่อมาโดยไม่ขาดสายทางคฤหัสถ์แต่มักขั้นต้นคฤหัสถ์มากกว่าทั้งปริมาณและมีสิคาน้อยกว่าพระอาจารย์มั่นกล่าวต่อไปว่าเราไม่ได้ว่า เขาเราไม่ได้ดูมินเขาเพราะประเทศเหล่านั้นขาดความพร้อมคือคุณสมบัติหลายอย่างเช่นเรื่องอักขระที่ไม่เป็นพุทธภาษาคือเป็นฐานก่อนวิบัติและองค์ประกอบอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือองค์พระมหากษัตริย์ของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนานี้ก็สำคัญขาดไม่ได้ถ้าขาดไปอริยบุคคลก็ขาดไปด้วยท่านจึงกล่าวอีกว่าเมื่อพระพุทธเจ้าจะประกาศพระศาสนาทรงหาหลักคำประการอันมั่นคงคือมุ่งไปที่พระเจ้าพิมพิสารความสำคัญอันนี้มีมาตลอดหากประเทศใดไม่มีองค์ประกอบนี้ซึ่งเป็น เอกอัครศาสนูปก็ปฏิเสธได้เลยเปรียบเหมือนกับก้อนเศร้าคือก้อนหินที่นำมาตั้งเป็นเตาทำอาหาร3ก้อนก้อนที่1คือความเป็นชาติก้อนที่2มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติก่อนที่3มีพระมหากษัตริย์เป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกหากขาดไปก้อนใดก้อนหนึ่งก็จะขาดความสมบูรณ์ไปไม่เฉพาะจะใช้1ต้มแกงหมูหาอาหารได้ที่มาหนังสือรำลึกวันวานหนังสือรวบรวมเกร็ดประวัติศาสตร์ธรรมและพระธรรมเทศนาแห่งหลวงปู่มั่นจากบันทึกความทรงจำของหลวงตาทองคำจาร

ในหลวง ร.10 ทรงศรัทธาเจ้าฟ้าทีปังกร รับเสด็จ ศรีรัศมิ์ สุวะดี กลับตามพระราชประสง Read More

ยืนยันการกลับมาของศรีรัศมิ์ สุวดี กลับคืนสู่ราชวงศ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แรวนักเขียนชาวต่างประเทศที่เชี่ยวชาญการ วิจัยเกี่ยวกับราชวงศ์ไทยเปิดเผยว่าเจ้า หญิงศรีรัตนนิตจะเสด็จออกจากวัดและกลับ คืนสู่ราชวงศ์ข่าวนี้น่าสนใจมากบางคนคิด ว่าพระรามศรีรเสด็จกลับมายังราชวงศ์เพื่อ แต่งตั้งให้เจ้าฟ้าทีปังกรเป็นมกุฎ ราชกุมารเตรียมตัวให้พร้อมเพราะในฐานะ มารดาผู้ให้กำเนิดเจ้าหญิงศรีรัตน์สามารถ ช่วยเจ้าฟ้าทีปังกรได้แต่เป็นไปไม่ได้หาก เจ้าหญิงศรีรัตน์กลับคืนสู่ราชวงศ์ก็จะ ส่งผลต่อการแต่งตั้งเจ้าฟ้าทีปังกรเป็น มกุฎราชกุมารเท่านั้นแม้ว่าพระองค์ ศรีรัตน์และพระราชินีสุธิดาจะเกิดมาเป็น สามัญชนแต่ก็มีความแตกต่างจากสามัญชนและ สามัญชนก็ถูกแบ่งแยกระหว่างคนรวยและคนจน ด้วยเจ้าหญิงศรีรัตน์เกิดมาในความยากจน พี่สาวทำงานขายผักครอบครัวไม่มีการศึกษา เรียกได้ว่าอยู่ก้นบึ้งของสังคมสมเด็จพระ นางเจ้าสุธิดาทรงประสูติในตระกูลนัก ธุรกิจที่ร่ำรวยและทรงเป็นนักธุรกิจผู้ มั่งคั่งและมีการศึกษาทำไมเจ้าหญิง ศรีรัตน์จึงยและส่งตัวไปวัดสาเหตุเป็น เพราะพ่อแม่ของเธอมีส่วนเกี่ยวข้องและ เสื่อมเสียชื่อเสียงของเธอทำให้ชื่อเสียง ของเธอได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงว่ากันว่า แม่ของเธอเปิดคาสิโนและยังโพสต์รูปถ่าย ของพระเจ้าดีปังกรอีกด้วยเป็นสัญญาหนอ เจ้าหญิงศรีรทำงานหนักทรงรู้ว่าการเป็น เจ้าหญิงนั้นไม่สวยงามพอและทรงเข้าเรียน มหาวิทยาลัยด้วยอย่างไรก็ตามครอบครัวทาง …

ยืนยันการกลับมาของศรีรัศมิ์ สุวดี กลับคืนสู่ราชวงศ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Read More

.เจ้าหญิงศรีรัศมิ์ฟื้นสถานะราชวงศ์ – คนไทยตั้งตารอการกลับมา

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สังคมไทยให้ความสนใจอย่างมากต่อข่าวการ “ฟื้นสถานะในราชวงศ์” ของ ศรีรัศมิ์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มข่าวต่าง ๆ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงข่าวบันเทิงหรือข่าวซุบซิบเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงมิติทางสังคม วัฒนธรรม และความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ บทความนี้จะสรุปข้อมูลล่าสุดตามรายงานที่ปรากฏ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมไทยในภาพรวม โดยคงแนวทางการนำเสนอที่เป็นข้อเท็จจริง รอบคอบ และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ Google Discover ศรีรัศมิ์เคยได้รับความสนใจจากสาธารณชนในฐานะบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ไทยในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่ต่อมาจะมีการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างเป็นทางการ ซึ่งในเวลานั้นสังคมได้รับข้อมูลผ่านประกาศและการรายงานของสื่อหลักเป็นระยะ ๆ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ชื่อของเธอค่อย ๆ หายไปจากพื้นที่สื่อสาธารณะ และมีเพียงข้อมูลเชิงประวัติหรือข่าวย้อนหลังที่ยังคงถูกกล่าวถึง อย่างไรก็ตาม การปรากฏข่าวการ “ฟื้นสถานะ” ในช่วงนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับกระบวนการและความหมายของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว …

.เจ้าหญิงศรีรัศมิ์ฟื้นสถานะราชวงศ์ – คนไทยตั้งตารอการกลับมา Read More

ในหลวงรัชกาลที่ 10 ขอเชิญทุกพระองค์ร่วมลงนามถวายพระพรการเสด็จกลับมาของเจ้าหญิงพัชรกิติยาภา

คม พุธศักราช 2567 สำนัก พระ ราชวัง ขอ เชิญ ชวน ประชา ชน ร่วม ลง นาม ถวาย พระ พร สมเด็จ พระ เจ้า ลูก เธอ เจ้า ฟ้า พัชรกิตติยาภา นเรนทิรา เทพยวรางกูร [เพลง] วัน ที่ 7 ธันวาคม พุธศักราช 2567 ผ่าน ระบบ ออนไลน์์ ที่ …

ในหลวงรัชกาลที่ 10 ขอเชิญทุกพระองค์ร่วมลงนามถวายพระพรการเสด็จกลับมาของเจ้าหญิงพัชรกิติยาภา Read More